หลายองค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 อยู่ตอนนี้ คำถามแรกเมื่อได้ยินว่ามีฉบับใหม่คือ “ISO 9001:2026 เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ต้องรื้อระบบไหม” คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ต้องรื้อ โครงสร้างหลักข้อ 4–10 ยังเหมือนเดิม แต่มีหลายเรื่องที่ชัดเจนขึ้นและคาดหวังการปฏิบัติจริงมากขึ้น บทความนี้สรุปความแตกต่างระหว่าง ISO 9001:2015 กับ ISO 9001:2026 ไว้ 7 ข้อ พร้อมสิ่งที่องค์กรควรเตรียม
สรุปการเปลี่ยนแปลง ISO 9001:2015 → ISO 9001:2026 ในตารางเดียว
| ประเด็น | ISO 9001:2015 | ISO 9001:2026 (NEW) |
|---|---|---|
| 1.วัฒนธรรมและจริยธรรม | เน้นภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นของผู้บริหาร | ผู้บริหารต้องส่งเสริม วัฒนธรรมคุณภาพ และ พฤติกรรมจริยธรรม อย่างเป็นรูปธรรม |
| 2.ความเสี่ยงและโอกาส | มองรวมกันเป็น “ความเสี่ยงและโอกาส” | แยก ความเสี่ยง (ป้องกันปัญหา) กับโอกาส (ช่องทางเติบโต) ชัดเจน |
| 3.การเปลี่ยนแปลง | เน้นวางแผนก่อนเปลี่ยน | เพิ่ม สื่อสาร ติดตามผล และทบทวน หลังเปลี่ยน |
| 4.คำศัพท์ | อ้างอิง ISO 9000 เป็นหลัก | มีคำศัพท์สำคัญใน ข้อ 3 ของมาตรฐานเลย |
| 5.ภาคผนวก | Annex A และ Annex B | ขยาย Annex A อธิบายเจตนารมณ์ · ตัด Annex B |
| 6.Climate Change | เพิ่มภายหลังผ่าน Amendment ปี 2024 | รวมไว้ในเล่ม อย่างเป็นทางการ |
| 7.ช่องทางสื่อสารกับลูกค้า | ไม่ได้ระบุช่องทางดิจิทัล | ยอมรับ Social Media เว็บไซต์ อีเมล FAQ |
7 การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ ISO 9001:2026
1. เน้น “วัฒนธรรมคุณภาพ” และ “พฤติกรรมจริยธรรม”
🔄เปลี่ยนอย่างไร: ไม่ใช่แค่ทำตามข้อกำหนด แต่ผู้บริหารระดับสูง (Top Management) ต้องสร้างบรรยากาศให้พนักงานทุกคนมีจิตสำนึกเรื่องคุณภาพและทำงานอย่างมีจริยธรรม
🎯ภาพรวม: ปลูกฝังค่านิยมและการกระทำจริงในงานประจำวัน ไม่ใช่แค่เขียนไว้บนกระดาษ
✅องค์กรควรเตรียม: ทบทวนนโยบายคุณภาพให้สะท้อนค่านิยมและจริยธรรม และเตรียมหลักฐานว่าผู้บริหารสื่อสารและส่งเสริมเรื่องนี้จริง เช่น การประชุม การอบรม หรือการยกย่องพนักงาน
2. แยก “ความเสี่ยง” กับ “โอกาส” ออกจากกันชัดเจน
🔄เปลี่ยนอย่างไร: จากเดิมที่มองความเสี่ยงและโอกาสรวมกัน ฉบับใหม่แยกให้ชัดว่า
- ความเสี่ยง: วิเคราะห์เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
- โอกาส: มองหาช่องทางใหม่ๆ ที่ช่วยให้องค์กรเติบโต
🎯ภาพรวม: ป้องกันปัญหาได้ตรงจุด และไม่พลาดโอกาสในการพัฒนา
✅องค์กรควรเตรียม: ปรับทะเบียนความเสี่ยง (Risk Register) ให้แยกส่วนความเสี่ยงและโอกาส พร้อมแผนรับมือและผู้รับผิดชอบของแต่ละรายการ
3. บริหาร “การเปลี่ยนแปลง” ให้เป็นระบบมากขึ้น
🔄เปลี่ยนอย่างไร: เดิมเน้นการวางแผนก่อนเปลี่ยน ฉบับใหม่เพิ่มว่า “เปลี่ยนแล้วต้องติดตามผลด้วย”
🎯ภาพรวม: ต้องสื่อสารให้ชัด ติดตามผลหลังเปลี่ยน และทบทวนว่าสิ่งที่เปลี่ยนได้ผลจริงหรือไม่
✅องค์กรควรเตรียม: เพิ่มขั้นตอนติดตามผลหลังการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการทำงาน (Procedure) เช่น เปลี่ยนเครื่องจักร ผู้ขาย หรือระบบงาน แล้วกำหนดว่าจะประเมินผลเมื่อไรและอย่างไร
4. รวมคำศัพท์ไว้ในตัวมาตรฐาน (ข้อ 3)
🔄เปลี่ยนอย่างไร: นำคำศัพท์สำคัญมาไว้ในข้อ 3 ของมาตรฐานเลย อ่านแล้วเข้าใจตรงกันทันที ไม่ต้องเปิดสลับกับ ISO 9000 (แต่ ISO 9000 ยังเป็นเอกสารอ้างอิงหลักอยู่)
✅องค์กรควรเตรียม: ตรวจคำศัพท์ในคู่มือและเอกสารระบบให้ตรงกับนิยามในฉบับใหม่
5. อ่านง่ายขึ้นด้วย Annex A (และตัด Annex B ออก)
🔄เปลี่ยนอย่างไร:
- ขยายความใน Annex A เพื่ออธิบายเจตนารมณ์ของข้อกำหนดให้เข้าใจและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น (ไม่ได้เพิ่มข้อกำหนดใหม่)
- ยกเลิก Annex B แล้วย้ายเนื้อหาอ้างอิงไปไว้ใน Annex A และบนเว็บไซต์ของ ISO/TC 176
✅องค์กรควรเตรียม: ให้ทีม QMR และผู้ตรวจติดตามภายใน (Internal Auditor) อ่าน Annex A ประกอบ เพื่อตีความข้อกำหนดตรงกับผู้ตรวจประเมิน
6. รวมเรื่อง “Climate Change” ไว้อย่างเป็นทางการ
🔄เปลี่ยนอย่างไร: นำข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประกาศแก้ไขเพิ่มเติมไว้เมื่อปี 2024 เข้ามารวมในฉบับนี้
🎯ภาพรวม: ไม่ได้บังคับให้ทุกบริษัททำ CSR หรือปลูกป่า แต่ให้ประเมินว่า “สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป กระทบการส่งมอบสินค้าหรือบริการของเราหรือไม่”
✅องค์กรควรเตรียม: เพิ่มประเด็น Climate Change ในการวิเคราะห์บริบทองค์กร (ข้อ 4.1) และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ข้อ 4.2) พร้อมบันทึกผลการพิจารณา
7. ปรับเนื้อหาให้ทันโลกดิจิทัล
🔄เปลี่ยนอย่างไร: อัปเดตช่องทางการสื่อสารและการรับฟังเสียงลูกค้าให้เข้ากับยุคปัจจุบัน เช่น ยอมรับการใช้ Social Media, เว็บไซต์, อีเมล หรือ FAQ ในการสื่อสารกับลูกค้าและติดตามความพึงพอใจ
✅องค์กรควรเตรียม: ระบุช่องทางดิจิทัลที่ใช้จริงในขั้นตอนการสื่อสารกับลูกค้า และเก็บข้อมูลความพึงพอใจจากช่องทางเหล่านี้เป็นหลักฐาน
💡 สรุปสั้นๆ: ISO 9001:2026 โครงสร้างหลักยังเหมือนเดิม แต่ชัดเจนขึ้น ทันสมัยขึ้น และเน้นนำไปใช้ได้จริง โดยเพิ่มเรื่องคน (วัฒนธรรมและจริยธรรม) บริหารความเสี่ยงและโอกาสให้คมขึ้น และอัปเดตให้เข้ากับยุคดิจิทัลและ Climate Change
องค์กรที่ได้ ISO 9001:2015 อยู่แล้ว ต้องทำอะไรต่อ
องค์กรที่ได้รับการรับรองแล้วไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่ต้องปรับระบบตามประเด็นข้างต้นและรับการตรวจเพื่อเปลี่ยนผ่าน (Transition) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ดูกำหนดเวลาและ 6 ขั้นตอนเตรียมตัวได้ที่บทความ Transition สู่ ISO 9001:2026 และ ISO 14001:2026
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ISO 9001:2026
ISO 9001:2026 ต้องเขียนเอกสารใหม่ทั้งหมดไหม
ไม่ต้อง โครงสร้างข้อกำหนดยังเหมือนเดิม ส่วนใหญ่เป็นการปรับเอกสารเดิมในจุดที่เปลี่ยน เช่น นโยบายคุณภาพ ทะเบียนความเสี่ยงและโอกาส ขั้นตอนการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการวิเคราะห์บริบทองค์กร
ISO 9001:2015 กับ 2026 ต่างกันมากไหม
ไม่ได้ต่างกันมากในแง่โครงสร้าง แต่ฉบับ 2026 คาดหวังหลักฐานการปฏิบัติจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพ จริยธรรม และการติดตามผลหลังการเปลี่ยนแปลง
เรื่อง Climate Change บังคับทุกบริษัทไหม
ทุกองค์กรต้อง พิจารณา ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่ แต่ไม่ได้บังคับให้ทำโครงการสิ่งแวดล้อม ถ้าประเมินแล้วไม่กระทบ ก็บันทึกผลการพิจารณาไว้เป็นหลักฐาน
ต้องอบรมพนักงานใหม่ไหม
ควรอบรมอย่างน้อยทีม QMR และผู้ตรวจติดตามภายใน ให้เข้าใจข้อกำหนดที่เปลี่ยน UKC มี หลักสูตรอบรม ISO ทั้งแบบ In-house และ Public Training
ให้ UKC ช่วยปรับระบบสู่ ISO 9001:2026
ทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่า 13 ปี ช่วยตั้งแต่ Gap Analysis ปรับเอกสาร อบรม จนพร้อมรับการตรวจ ดู บริการที่ปรึกษาจัดทำระบบ ISO
📞 091-535-6666, 081-566-4241
💬 LINE: ukcconsult
✉ sales.ukcconsult@gmail.com
อ้างอิง: ข้อมูลมาตรฐานจาก ISO 9001 (iso.org)
เขียนโดย: ทีมที่ปรึกษา UKC Consult · ประสบการณ์ด้านระบบมาตรฐาน ISO กว่า 13 ปี · อัปเดตล่าสุด 6 ต.ค. 2569


Pingback: ISO 9001:2026 และ ISO 14001:2026 เปลี่ยนอะไร Transition ยังไง | UKC Consult